วันพุธที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2559

ธีรราชา ละครเวทีเพลงที่คนไทยต้องไปดู !

ธีรราชา

ผ่านพิธีบวงสรวงและงานแถลงข่าวไปในคราวเดียวกันเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว (1 เมษายน 2559) ณ พระราชวังพญาไท สำหรับละครเวทีมิวสิเคิลฟอร์มยักษ์ ธีรราชา เดอะ มิวสิเคิล ที่ครั้งนี้ ธนาคารออมสิน ขอรับหน้าที่เป็นหัวเรือในการจัดการแสดง เนื่องในโอกาสที่ธนาคารออมสินมีพระชนมพรรษาครบ 103 ปี และเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 องค์พระผู้ทรงสถาปนาธนาคาร

เริ่มต้นกันด้วยพิธีบวงสรวงด้านข้างหน้าองค์พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 บริเวณด้านหน้าที่อาศัยพญาไท โดยมี นาย ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เป็นประธานในพิธี รวมถึงยังมีนักส่อที่ร่วมแสดงในละครไพรทีเรื่องนี้อีกคับคั่งเข้าคลุกคลีพิธีบวงสรวงอย่างคับคั่ง






ภายหลังจากการทำแบบแผนบวงสรวงระหว่างกลางแจ้งเสร็จจบเรียบร้อย ก็ถึงแม้เวลาแถลงข่าวเกี่ยวกับงานจัดละครเวทีเหตุการณ์นี้อย่างเป็นลู่ทางการ ต้องบอกเกินว่าละครเวทีเรื่องนี้เป็นที่จับตามองของบรรดาสื่อมวลชนและคนดูทั่วเคลื่อนอย่างมาก ก็เพราะว่าเป็นการรวมผู้ที่มีความสามารถชั้นครูมาร่วมกักด่านสร้างสรรค์ละครเวทีเรื่องนี้หมู่พร้อมเพรียง


เริ่มต้นด้วย นาย ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสินและประธานการจัดสร้างละครเวที เรื่อง ธีรราชา เดอะมิวสิเคิล ขึ้นกล่าวบนเวทีถึงความเป็นมาและวัตถุหมายในการจัดว่า เมื่อวันที่ 1 เมษายน พุทธศักราช 2456 พระบาสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศใช้ พระราชบัญญัติคลังออมสิน พุทธศักราช 2456 ทั้งยังพระราชทานเงิน 1 แสนบาทเพื่อเป็นทุนประเดิม โดยทรงมุ่งหมายให้คลังออมสินเป็นรากฐานในการฝึกให้ราษฎรได้รู้จักการออม เพื่อที่จะให้มีทรัพย์ใช้สอยในยามจำเป็นและได้รับดอกผลตามมีค่า จากนั้นลงมาคลังออมสินพัฒนาและเติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็นธนาคารออมสิน สถาบันการเงินของรัฐที่มั่นคงและอยู่คู่คนไทยแถวนาน ประเมินผลถึงปัจจุบัน 103 ปี พระใหญ่กรุณาธิคุณที่ทรงให้กำเนิดธนาคารนั้น คือสิ่งที่คนไทยทุกคนต่างรู้สำนึก และภูมิใจที่ได้สนองพระราชปณิธานของพระองค์

ในวาระคล้ายวันสถาปนาแบงก์ออมสินครบ 103 ปีในปีนี้ แบงก์ออมสินจึงได้จัดกิจกรรมเยี่ยม เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว องค์พระผู้สถาปนาธนาคารโดยอัญเชิญพระสงฆ์ราชสมัญญานาม สมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า ซึ่งมีความหมายว่า มหาราชผู้ทรงเป็นจอมปราชญ์ มาเป็นมงคลนามในงานจัดสร้างละครเพลง ธีรราชา เดอะ มิวสิเคิล โดยน้อมนำพระวิสัยทัศน์ในการปกครอง และพระอัจฉริยภาพด้านศิลปวัฒนธรรม ซึ่งทรงได้รับการอุทิศพระเกียรติว่าทรงยังมีชีวิตอยู่พระมหากษัตริย์ที่ได้นำศิลปะมาพัฒนามณฑล มาเป็นแรงบันดาลใจในการจัดทำบทละคร

หลังจากจบการกล่าวของผู้อำนวยการธนาคารออมสินแล้ว ได้มีการจัดแจงแสดงตัวอย่างละครเวที เรื่อง ธีรราชา เดอะ มิวสิเคิล บางส่วน รวมถึงเพลงที่ใช้ในละครจำนวน 4 เพลงเพื่อเป็นการตั้งชื่อน้ำย่อย ก่อนที่จะได้ไปชม ไปฟัง ไปสัมผัสเรื่องไพเราะกันแบบเต็มๆ ในวันแสดงจริง





หลังจากที่ได้ชมตัวอย่างสั้นๆ นี้จบแล้ว รู้สึกได้ถึงความทุ่มเทข้าวของทีมงานสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก ทั้งเนื้อหาที่นำมาเสนอ เพลงที่ใช้ร้องประกอบในที่บังตาต่างๆ รวมถึงเสื้อผ้าหน้ากระผมที่ถูกบรรจงออกลูกแบบมาเป็นอย่างดี ท่วงท่า ข้อความรู้สึกดูกลมกล่อมแบบหาที่ติไม่ได้จริงๆ โดยละครเวทีเรื่องนี้จะนำผู้ชมย้อนกลับไปแตะต้องบรรยากาศในรัชกาลสมัยรัชกาลที่ 6 ได้เพ่งความเป็นไปของบ้านเมืองในเวลาตรงนั้นผ่านตัวละครหลาย สะท้อนให้เห็นจดพระอัจฉริยภาพและพระวิสัยทัศน์ที่ทันสมัย และเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงของโลกในเวลาตรงนั้น ผ่านพระราชดำรัส บทพระพุทธรูปราชนิพนธ์ต่างๆ ทั้งบทละคร บทกระแสความในหนังสือพิมพ์ หรือแม้แต่นาฏกรรม จนในรัชสมัยของท่านได้รับการรายงานขานว่าทั้งเป็นยุค ละครสร้างชาติ


ธีรราชา เดอะ มิวสิเคิล นอกจากจะมีเค้าความที่เข้มข้นหลังจากนั้นยังอัดแน่นไปด้วยทีมนักบ่งที่เป็นชั้นแนวหน้าด้านละครเพลงของเมืองไทย อาทิ หนูนา หนึ่งธิดา, อาร์ม กรกันต์, รอน ภัทรภณ, จิ๊บ วุส, ปาน ธนพร, แอ๊ด ไชยวัฒน์ พร้อมด้วยนักแสดงมืออาชีพท่านอื่นและจัดจ้านแสดงสมทบมากความศักยอีกมากมาย


และที่พิเศษไปมากกว่านั้น คือทีมงานผู้คงไว้เบื้องหลังความงดงามงาม เนื้อเนื้อความที่ถึงใจ เพลงกอปรละครเพราะๆ รวมไปถึงเสื้อผ้าหน้าผมและการคลอดแบบต่างๆ บนเวทีที่อยู่เรียกได้ว่าเป็นการรวมตัวคนที่มีคุณภาพ ยังไม่ตายมืออาชีพเป็นที่ยอมรับทั้งในพร้อมกับต่างประเทศมากมาย ไม่ว่าจะเป็น พลเรือตรี วีระพันธ์ วอกลาง ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง เป็นผู้อำนวยเพลงและวาทยากร, อาจารย์ โกมล พานิชพันธ์ ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอลองจังหวัดแพร่และเจ้าของพิพิธภัณฑ์โกมลผ้าโบราณ เป็นผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย, มนตรี วัดละเอียด เมคอัพอาร์ติสชั้นครูที่ได้รับรางวัลจากหลายสถาบัน เป็นผู้ออกลูกแบบและควบคุมการแต่งหน้า ทำผม, รศ. จารุณี หงส์จารุ เป็นผู้กำกับและประพันธ์เพลง, ปริญญา ต้องโพนทอง ออกแบบและกำกับลีลา, ปริดา มโนมัยพิบูลย์ ผู้เขียนบทละคร, พันพัสสา ธูปเทียน เป็นผู้กำกับการแสดง และ ธิษณา เดือนดาว เป็นผู้อำนวยการแสดง


สำหรับใครที่อยากไปชมละครเวที เรื่อง ธีรราชา เดอะ มิวสิเคิล สามารถติดตามรายป่นและขอบัตรเข้าชมได้ฟรีโอกาสเว็บไซต์ http://www.gsb.or.th หรือ Facebook : GSB Society หรือทาง Application ของธนาคารออมสิน เปิดแสดง 5 วัน 5 รอบ ตั้งแต่วันที่ 18 - 22 พฤษภาคม 2559 ณ เมืองไทย รัชดาลัย เธียเตอร์ ห้างทั้งปวงสินค้าเอสพลานาด รัชดาภิเษก ละครเวทีอันทรงคุณค่าแบบนี้พลาดไม่ได้ด้วยซ้ำประการทั้งปวง

วันอังคารที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2559

แนะนำหนังน่าดูประจำสัปดาห์ที่ 1 : เมษายน 59


แนะนำหนังน่าดูประจำสัปดาห์ที่

เรื่อง : หลวงพี่แจ๊ส 4G

วันที่เข้าฉาย : 6 เมษายน 2559

เรื่องย่อ : แจ๊ส ชวนชื่น ขอนำทีมประกอบความฮาคุมตัวคู่ นิก คุณาธิป ปิ่นประดับ (วัยเป้งนักเลงขาสั้น, เลิฟเฮี้ยวเฟี้ยวต็อด) เข้าสู่โลกของธรรมมะ เรียนรู้ธรรมกับแบบฮาๆภายใต้วัตถาภรณ์เหลืองตามแบบฉบับของพจน์ อานนท์ใน หลวงพี่แจ๊ส 4G จอเงินคอเมดี้ที่จะทำให้ขาทุกวัยหัวเราะความรู้สึกดี พร้อมรับข้อคิดไปปรับใช้แน่นอน

Comment : เป็นหนังไทแนวคอมเมดี้ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะถูกใจใครหลายๆ คน


เรื่อง : The Huntsman: Winter’s War - พรานป่าและราชินีน้ำแข็ง

วันที่เข้าฉาย : 6 เมษายน 2559

เรื่องย่อ : ก่อนที่ราชินีราเวนา จะแตกดับไปเพราะด้วยคมดาบของสโนว์ไวท์ เธอมีน้องสาวที่มีพลังน้ำแข็งชื่อว่า เฟรยา ผู้ที่หัวใจสลายเพราะถูกหักหลังเรื่องความรัก แล้วหนีออกลูกจากอาณาจักรมาสร้างวังอยู่เงียบๆ พร้อมกับสร้างกองทัพนายพรานมรณะ ที่มีเอริก กับ ซาร่า เป็นหนึ่งในกองทหาร แต่ทั้งหญิบก็ทำสิ่งที่ขัดแด่ประสงค์ของเธอ นั่นก็คือเปล่ายอมมีจิตใจที่เย็นชาต่อความรัก เมื่อเฟรยารู้ว่าพี่สาวดับสูญ เธอก็สั่งให้ทหารไปนำกระจกวิเศษกลับมาเพราะเหลือเพียงเธอที่ควบคุมพลังของมันได้ แต่เมื่อเธอรู้ว่าสามารถชุบชีวิตพี่สาวคืนกลับมาได้ด้วยสีทองรูปพรรณของกระจก เธอก็คุกคามดินตำบลวิเศษนั้นด้วยกองตาทัพทมิฬที่ร้ายกว่ายิ่งกว่าที่ใครเจนพบ ความอยากเดียวที่จะเอาชนะเธออยู่ที่นายพรานที่เคยถูกเธอเนรเทศ ซึ่งต้องต่อสู้เพราะไปหากันให้ได้

Comment : เป็นหนังส่วนต่อจาก Snow White and the Huntsman ซึ่งน่าดูมากๆ อีกเรื่องนึงข้าวของอาทิตย์นี้เลย

วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2559

พุฒ พุฒิชัย เปิดตัว Photo Book เล่มแรกในชีวิต PUSH UP


พุฒ พุฒิชัย


ครั้งแรกกับการมาสู่จับปากกา พร้อมโพสต์ท่าเท่ๆ ให้ดีฉันได้ดูกันจำพวกจุใจใน Photo Book เล่มฐานในชีวิตของพระดีเลิศที่ฮ็อตที่สุดใน พ.ศ. นี้ อย่างหนุ่ม พุฒ พุฒิชัย เกษตรสิน ที่มีชื่อสั้นๆ เท่ๆ ว่า PUSH UP เพราะว่าได้จัดงานเปิดตัวให้ตลอดคนได้สัมผัสกับความเป็นตัวตนของหนุ่มพุฒผ่านตัวหนังสือ และทัศนียภาพสวยๆ ยับยั้งไปในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 44 ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันพุธที่ 30 มีนาคม 2559 งานนี้ทางสำนักพิมพ์ STEP ก็ไม่ทำชั่วที่จะเปิดโอกาสให้ทีมงาน BOOMCHANNEL และตัวของเจ๊เอง เข้าไปลูบไล้กับตัวตนของหนุ่มพุฒพร้อมกับดักแฟนๆ ด้วยเช่นกัน ...



ความพิเศษในงานเปิดตัวเมื่อนี้ก็เห็นจะเป็นการได้มาทำหน้าที่เป็นพิธีกรบนเวทีของหนุ่ม เป้ วิศวะ กิจตันขจร ดีเจคู่หูคู่ไมค์ของชายหนุ่มพุฒที่คลื่น Chill FM 89 ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ที่เปลี่ยวพุฒเองก็ยังไม่ประสีประสามาก่อน โดยที่กิจกรรมบนเวทีนั้นมีการพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆ รวมถึงมีการเล่นเกมกับแฟนคลับเพื่อชิงรางวัลสุดพิเศษจากถึกพุฒอีกด้วย ดูสาวๆ ที่อยู่ด้านล่างจะฮิตอกชอบใจ ยิ้มแป้นกว้างหัวเราะฉีกกันเป็นคอลัมน์เป็นแนวเลยนี่กะไร



สำหรับ Photo Book PUSH UP เล่มนี้ ความดีเยี่ยมแบบหาดูสถานที่ไหนไม่ได้จะเริ่มท่อนตั้งแต่เลิกหนังสือหน้าแรก ก็เพราะว่าทีมงานพร้อมทั้งตัวพุฒเองได้บินลัดฟ้าไปถ่ายทำทิวทัศน์สวยๆ กันไกลถึงประเทศญี่ปุ่น คุณจะได้เห็นช็อตน่ารักๆ รวมถึงบรรยากาศตามมุมเมืองต่างๆ ทั้งกลางวัน และปานกลางคืนในรูปแบบชีวิต Night Life กันแผนการจุใจ งานนี้ต้องยกกรณีดีความชอบให้กับทีมงานนิตยสารสุดสัปดาห์ที่มุ่งมั่นสร้างธุระดีๆ ออกมาให้เราได้ดูกัน พุฒเล่าเรื่องให้ฟังว่าการเนรมิตงานในหนังสือ Photo Book เล่มนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ การเดินทางไม่ได้สะดวกสบาย เพราะการที่จะไปยังสถานที่ที่ที่ใช้ถ่ายต้องอาศัยรถไฟ ไม่มีรถหมวดตัว หิ้วกล้องยาเส้น แบกกระเป๋าและอุปกรณ์หนักๆ ติดตัวไปด้วยตลอด หรือแม้กระทั่งต้องเปลี่ยนชุดสำหรับถ่ายอุจจาระในเซตอื่นๆ กลางแจ้งท่ามกลางๆบรรยากาศหนาวเวลาเย็น หนุ่มคนนี้ก็ทำมาแล้ว



และอีกหนึ่งความพิเศษที่หาอ่านจากที่ไหนไม่ได้ก็เห็นจะเป็นบทสัมภาษณ์ความมีชีวิตตัวตนของหนุ่มพุฒตั้งแต่วัยเด็ก เรื่อยมาจนถึงการก้าวเข้ามาทำงานในวงการบันเทิง ชีวิตจากการเป็นลูกชาวสวนธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ครอบครัวค่อนข้างลำบาก เลิกเรียนมาก็ต้องช่วยทำงานที่บ้าน เพราะพ่อกับแม่มีลูกกันมากถึง 6 คน ซึ่งวัยใกล้ประชิดกัน เข้าเรียนพร้อมๆ กัน เวลาจะจ่ายค่าเทอม พ่อกับแม่ก็ต้องจ่ายพร้อมกันเป็นก้อนใหญ่ มีรายจ่ายเยอะ บางครั้งก็ต้องไปหยิบขอยืมเพื่อมาใช้จ่ายก่อน พอเข้าช่วงมัธยมหนุ่มพุฒก็เริ่มหาเงินใช้เองโดยการออกไปช่วยงานบ้านใกล้เรือนเคียง และช่วงชีวิตต่อจากนั้น เขาก็ต้องต่อสู้เพื่อความฝันของตัวเอง จากชีวิตเด็กต่างจังหวัดเขาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อมาตามหาภายหน้า เรื่องเกือบ ต่างๆ อีกมามายกำลังสนุก ทรรศนะได้ว่ากว่าจะมาเป็น พุฒ พุฒิชัย ในตอนย่อยนี้ได้ ต้องตัดผ่านอะไรมาบานเบอะมาก ทั้งการทลายกำแพงความกลัว และการได้ลองทำในสิ่งใหม่ๆ ที่ตัวเองไม่คุ้นคุ้น


อื้อหือ ! บอกได้ว่าเจ๊ก็อิจเหมือนกันนะทีเนี้ย กิจกรรมบนเวทีนอกจากจะสนุกแล้ว แฟนคลับเฮียทุกคนที่ร่วมตอบคำถามและเป็นผู้โชคดีก็ยังจะได้รับโปสการ์ดสุดพิเศษ พร้อมลายเซ็นจากเฮียพุฒด้วยนะ รับกับมือเลยจ้ะ


เสร็จสิ้นกิจกรรมบนเวทีเป็นที่เรียบร้อย ขอถ่ายภาพรวมคู่กับหนังสือ PUSH UP เอาไว้เป็นที่ระลึกกันสักหน่อย .. เก๋ๆ กันไปนะค๊าา


อะอะส่งท้าย เจ๊เปิดโอกาสให้หนุ่มพุฒได้ฝาก Photo Book เล่มนี้กันสักหน่อยนะ

ผมอยากฝากโฟโตบุ๊กเล่มแรกในชีวิตของผม อยากให้เรื่องราวเบาบางเรื่องที่เล่าเป็นแรงบันดาลแก่คนที่เคยผ่านชีวิตที่ลำบากมาก่อนแบบผม หรือาจจะแยกกว่า ได้รู้สึกว่าบางสิ่งกว่าได้มาต้องใช้เวลา นรชนที่มีฝันและกำลังพยายามทำให้เป็นจริงตั้งใจทำต่อไปเถอะครับ สักวันหนึ่งสิ่งที่ทำต้องเป็นผล สำหรับแฟชั่นเซตนี้เราไปขนทำที่ประเทศญี่ปุ่นในหลายโลเคชั่นที่สวยงาม เริ่มตั้งแต่ลงจากเครื่องบิน ก่อนเช็คอินเข้าที่พักเสียอีก เป็นครั้งแรกที่ผมได้เปลี่ยนเสื้อผ้าริมถนนท่ามระหว่างกลางอากาศหนาว แต่ก็สนุกดี มีช็อตพิเศษที่น้อยคนจะได้เห็นโดยเฉพาะตอนตื่นนอนและแช่ออนเซน ฝากด้วยครับ

นี่ก็เป็นเรื่องราวบางส่วนที่เจ๊เอามาเป็นตัวอย่างเพื่อตั้งชื่อน้ำย่อยเล็กๆ น้อยๆ .. สำหรับใครที่สนใจอยากรู้จักตัวตนของผู้ชายคนนี้ให้มากขึ้นผ่าน Photo Book เล่มนี้ ก็สามารถหาซื้อได้รับแล้วที่ร้าน นายอินทร์ ทุกสาขา และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือหากใครที่ไม่สะดวก สามารถเข้าไปสั่งซื้อผ่านทิศาเว็บไซต์ได้ที่ http://www.naiin.com หรือทาง LIND ID: Naiinfanclub

ปิดท้ายเบรคกันด้วยภาพสวยๆ จาก Photo Book เล่มนี้อีก 1 - 2 รูปกันนะคะ ...



ขอบคุณภาพประกอบ Facebook Steps

วันอาทิตย์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2559

ทอย ปฐมพงศ์ .. ว่าที่สามีแห่งชาติคนต่อไป ..

ทอย ปฐมพงศ์

มาแล้วจร้า !! มาแล้ว !! วันนี้ เจ๊ยกมาผู้ชงดีดีมาเสิร์ฟผู้อ่านให้ถึงที่ ใครจำเด็กรุ่นคนนี้ได้บ้างไหม ? สำหรับหนุ่ม ทอย ปฐมพงศ์ นางสดเด็กที่มีรอยยิ้มฉุดวิญญาณ มีคำพูดที่ยียวนกวนประสาทตลอดเวลา วันนี้หนุ่มทอยที่เป็นคนยียวนนรชนนี้กำลังจะได้ขึ้นเป็นสามีแห่งชาติคนต่อไปแล้วนะ ก็จากผลงานการแสดงล่าสุด และซีรี่ส์ Club Friday To Be Continued ตอน เพื่อนรัก เพื่อนร้าย โดยรับบทเป็น แตงโม ให้เจ๊ตรัสนะ บอกล่วงว่าดีมาก !! ..


เอาล่ะ วันนี้เจ๊จะมาเล่าเรื่องประวัติผู้ชงขานี้ให้ทั่วคนได้รู้จักมักคุ้นเขากันมากขึ้น เผื่อใครอยากจะได้เป็นสามี ทอย เริ่มเข้าวงการด้วยการเข้าร่วมรายการเกรียน Possible ซึ่งเป็นรายการทำให้ทอยมีแฟนคลับและเป็นที่รู้จัก ทอย ปฐมพงศ์ เกิดวันที่ 27 กรกฎาคม 2538 เป็นหนุ่มน้อยหล่อแนวฮา วัย 21 ปี จากโปรเจคต์ปั้นมากแสดงหน้าตาใหม่ของทางแกรมมี่อย่าง เกรียน Possible ที่แล้วจะได้มาเป็น 1 ในนักแสดงให้เห็นวัยรุ่นเรื่อง GPA สถาบันพันธุ์แสบ ที่ออกภูมิอากาศทางช่อง GMM 25 และขณะนี้ หนุ่มทอย ก็กำลังศึกษาอยู่สถานภาพปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยรังสิต แถมพกยังมีดีกรีเป็นถึงรัชนีกรคณะนิเทศศาสตร์อีกเช่นเดียวกัน เลิศหรือเปล่าล่ะสาวๆ เก้ง กวาง กับชะนีทั้งหลาย เจ๊ยังไม่หยุดก่อความคันแแค่นี้แน่นอนหลับ เจ๊ได้รวบทดรูปสุดฟินของหนุ่มทอยมาให้ (ดูอย่างเดียวนะ ! ห้ามแอบทำอะไรทั้งนั้นนะคะ



















ภาพจาก Instagram muwaan1, ทวิตเตอร์ @nnnnoeyyy

วันศุกร์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2559

งานเปิดตัวหนังสือ 'Snap ส่วนประกอบของความคิดถึง'

งานเปิดตัวหนังสือ

ก็จบลงไปแล้วสำหรับ งานเปิดตัวหนังสือ Snap ส่วนประกอบของความคิดถึง จากสำนักพิมพ์ GEEK BOOK ซึ่งการงานนี้จัดขึ้นที่ร้านหนังสือ Kinokuya Siam Paragon ในวันที่ 29 มีนาคม ที่เปลี่ยนมา ภายในกิจมีการพบเห็นพูดคุยกับ คงเดช จาตุรันต์รัศมี ผู้กำกับและผู้แต่งหนังสือเล่มนี้ ครบถ้วนทั้งพา โทนี่ รากแก่น และ อิ้งค์ วรัญธร เปานิล สองนักบอกนำจากภาพยนตร์ Snap แค่ได้คิดถึง ซึ่งมาร่วมขีดเขียนเรื่องราวเล็กๆ ในคู่มือเล่มนี้ด้วย สำหรับใครที่พลาดไม่คว้ามางานนี้ก็ไม่ต้องเสียใจ เพราะเราได้เก็บภาพบรรยากาศด้วยกันบทสัมภาษณ์สุด Exclusive มาให้อ่านกันต่อจากนั้น


แต่เดิมที่ฉันจะไปอ่านบทสัมภาษณ์ เรามารู้จักสำนักพิมพ์ GEEK BOOK กันก่อน GEEK BOOK (กิ๊ก บุ๊ค) สำนักแม่พิมพ์น้องใหม่ข้างในวงการวารีหมึก และในวงศ์วานโมโนพับลิชชิ่ง ที่เน้นการเลือกสรรเรื่องราวสาระดีๆ ที่แปลกสุดขั้ว ทั้งขนมจากแวดวงภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะ หรือแม้อย่างไรก็ดีไลพ์สไตล์ต่างๆ นำมาปรุงร้อยกรองเนื้อหาที่สะท้อนเนื้อตัวตนแบบครึกครื้นและสุดแสบ เต็มไปด้วยความขบคิดสร้างสรรค์ และไม่หยุดนิ่ง ซึ่งบันทึกเล่มล่าสุดที่พึ่งปล่อยมาก็คือ Snap ส่วนประกอบของความคิดถึง หนังสือที่สำเนาทอดเรื่องราว ภาคขยายของเรื่องทรงจำที่มิได้บอกเล่าในภาพยนตร์ Snap แค่ได้คิดถึง และตอนนี้เราก็ได้รู้จักมักคุ้นสำนักพิมพ์ GEEK BOOK กันไปพอพอประมาณแล้ว ต่อไปอีฉันมาอ่านบทสัมภาษณ์สุด Exclusive กันครับ


Q : ใช้เวลาในการเรขาหนังสือเล่มนี้เป็นเวลายาวนานไหมครับ

พี่คงเดช : ใช้เวลาประมาณจันทร์นึงครับ แต่จริงๆ เราคิดว่าเราขีดเขียนมานานแล้ว จวบจวนช่วง 2 ปีที่ผ่านมาสิ่งของการทำหนัง มันก็เลยไวกว่าดีตอนที่เอามาเขียนเป็นหนังสือ

Q : สำหรับพี่คงเดช “ความทรงจำ ไม่ใช่ความจริง” หมายถึงอะไร

พี่คงเดช : เราเชื่อว่าความทรงจำถูกปูมโหรไว้นะครับ เพียงแต่กาลเรานึกถึงมันในแม้ว่าละรอบเนี่ย มันไม่ตรงกันนะ นั่นหมายความว่า ปัญญาได้ทำงานอะไรบางอย่าง มันมีการปรุงปรุงแต่งแน่ๆ เลย ยิ่งเวลาที่เราจำต้องเอาไปเล่าให้เพื่อนฟังเนี่ย ไอ้กระบวนการเล่านี่แหละ ที่มันจะทำให้มีการปรุงแต่งพ้นยิ่งโดยอัตโนมัติ


Q : ได้ไอเดียในการก่อตัวละครมาขนมจากไหนครับ

พี่คงเดช : ได้มาทิ้งคนรอบๆ ตัวฮะ มีหลายๆ คนที่อยู่รอบๆ ตัวเราผสมคงไว้ในนั้น รวมทั้งตนเราด้วย

Q : ทำหนังที่เกี่ยวกับ “ความทรงจำ” มีอะไรน้อยที่พี่เคยประสบมาจริงๆ

พี่คงเดช : มีหลายอย่างล่วงเลยครับ แต่ถ้าจะให้ยกอุทาหรณ์ก็ประดุจตัวละคร นพ ก็คือเรานั่นเอง (หัวเราะ)

Q : ในมุมมองของพี่ “ความคิดที่แปลกแยกตามช่วงรุ่น” พี่มองว่าต่างกันยังไงครับ

พี่คงเดช : เราเชื่อว่าในแต่ละช่วงอายุ ชีวิตจะมีความแยแสและหมกมุ่นที่แตกต่างกัน ประเภทวัยนึงความรักอาจจะเป็นเรื่องที่สำคญที่สุดข้าวของชีวิต พอเราโตขึ้นมา มันก็จะมีเรื่องอื่นๆ ที่สำคัญกับเรายิ่งกว่าความรัก


Q : ได้ยินมาว่าพี่เป็นคนที่ชอบตั้งแต่งคำถามกับทุกสิ่งในชีวิต ด้วยหนังเรื่องนี้ พี่ได้ปริศนาอะไรครับ ถึงได้เอามาทำ

พี่คงเดช : อย่างที่บอกไปนะครับ หนเราที่มองสมัยก่อนเนี่ยเราจะคิดถึงมัน เพียงแต่อดีตที่เราบันทึกไว้ มันเป็นอดีตที่ถูกสมองเราปรุงแต่งไว้ครับ เลยเอาไอเดียจากตรงนี้มาทำหนัง

Q : ให้พี่คงเดชช่วยฝากรายงานเล่มนี้หน่อยครับ ว่าทำไมถึงควรอ่าน

พี่คงเดช : ถ้าใครที่ชอบหนัง ผมก็เชื่อว่าน่าจะถูกใจหนังสือเล่มนี้ไม่ยากลำบาก น่าจะทำให้รู้รายละเอียดของจอเงินมากขึ้นไปอีก สำหรับคนที่ไม่ได้ดู เราคิดว่าคนที่มีเรื่องทรงจำหรือเรื่องอะไรในอดีต น่าจะเข้ามาใจได้ไม่ยาก เพราะว่าหนังสือมันพูดถึงความรอบตัวอ่ะครับ ยังไงก็ขอฝากหนังสือ Snap ส่วนประกอบกิจของความห่วงใย ด้วยนะครับ


Q : การที่ได้มาเขียนคัมภีร์เล่มนี้ ยากแค่ไหนครับ

อิ้งค์ : ก็ยากค่ะ เพราะจริงๆ เป็นสามัญชนที่พูดจาไม่เบารู้เรื่องอยู่แล้ว (หัวเราะ) แล้วพอต้องมานั่งเรียบเรียงอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้ มันก็ต้องใช้เวลาอยู่กับความคิดของใช้เรานิดนึงว่า เราอยากจะสลักอะไร แล้วก็เรียบจัดเรียงเป็นขั้นเป็นตอนค่ะ

Q : ตัวละครที่ดีฉันเล่น มีอะไรที่เหมือนกับข้าพเจ้าบ้าง

อิ้งค์ : ตัวละคร ผึ้ง เป็นผู้หญิงธรรมชาติมากๆ ค่ะ เป็นกัลยาคนนึงที่ชอบโจ้โชเซียลทั่วๆ ไปเลย ซึ่ง อิ้งค์ ก็มีมุมตรงนั้นเหมือนกันค่ะ


Q : ผูกพันธ์กับตัวละคร ผึ้ง มากแค่ไหนครับ

อิ้งค์ : ผูกพันธ์มากค่ะ เหมือนส่วนที่เราถ่ายทำไปต่อจากนั้นเรารู้สึกว่า “ทำไมผึ้งควรเป็นแบบนี้ หลังจากนั้นทำไมบอยถึงเป็นแผนการนี้” แล้วแบบต้องเคลื่อนที่ไปหา พี่คงเดช เลยอ่ะค่ะ ว่าเพื่ออะไรถึงเป็นแบบนี้ เพื่ออะไรต้องทำแบบนี้ คือ ประดุจดังเรารู้สึกมากๆ เลยอ่ะค่ะ

Q : การทำงานกับ พี่คงเดช ยากไหมครับ

อิ้งค์ : ไม่ยากเลยค่ะ (หัวเราะ) คือ พี่คงเดชเป็นสามัญชนใจเย็น มีอะไรก็จะสอนสั่ง จะไม่กดดันเหรอไม่ว่าอ่ะค่ะ พี่คงเดชจะบอกว่า ให้ลองดูนะ ลองพลิกดู แต่โดยหลังพี่คงเดชจะให้อิงค์เป่าเป็นเทพนิรมิตของอิ้งค์น่ะค่ะ


Q : ชอบอะไรที่สุดในหนังเรื่องนี้

อิ้งค์ : ชอบบรรยากาศในกำค่ะ ชอบทุกอย่าง ชอบทุกคนที่มาทำงานในกองค่ะ มันเหมือนไปเข้าค่ายอ่ะค่ะ ที่ทุกนรชาติก็จะนอนด้วยกัน กินเช่นกันกัน ทีมงานนักแสดงทุกสิ่งมีชีวิตใจดีมาก เป็นกันเองสุดๆ ค่ะ

Q : ให้ฝากบทสรุปงานหน่อยครับ

อิ้งค์ : ตอนนี้อิ้งค์มีผลงานด้านเพลงค่ะ เพลง “เหงา เหงา (Insomnia)” เป็น Single แรกสรรพสิ่งอิงค์เลยค่ะ เป็นเพลงที่ง่วนทำมากๆ แถมได้มีคงเดชไปกำกับ MV ให้ด้วยค่ะ แล้วก็ขอฝากหนังสือ Snap ส่วนกอปรของความคิดถึง ด้วยค่ะ เชื่อว่าหลายๆ คนที่สังเกตหนังส่วนนี้ แล้วได้อ่านหนังสือเล่มนี้จะชอบค่ะ


และนี่ก็คือบทสัมภาษณ์สุด Exclusive ที่เราไปถามข่าวมาให้อ่านกันนะครับ สำหรับใครที่สนใจหนังสือ Snap ส่วนประกอบของความคิดถึง ในราคา 345 บาท จาก สำนักพิมพ์ GEEK BOOK ก็สามารถหาซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วแว่นแคว้นเลยนะครับ